certificate adword
adword display certificate
adword search certificate
google analytic certificate
digital sales certification

แชร์ประสบการณ์สอบ Google Certificate

แชร์ประสบการณ์สอบ Google Certificate และความ หฤโหดของข้อสอบ

บทความนี้จะแชร์ประสบการณ์ล้วนๆ เลยครับ

จริงๆ  แล้ว ความหฤโหดของข้อสอบไม่ใช่อะไรหรอก ด้วยความที่จำนวนข้อสอบเยอะจริง ๆ จะทำให้เราเกิดความล้าได้ และ ข้อสอบก็ไม่ใช่ง่ายซะทีเดียว  ผมจะขอแชร์ประสบการณ์การสอบ Google certificate ที่ผ่านมา (ในปี 2018) นะครับ

ขอเกริ่นเรื่อง Google Certificate กันก่อน

เริ่มเรื่องก็คือ บริษัท Google องค์กรระดับโลก ได้มีการออกใบรับรองเพื่อรองรับกับผู้ที่มีคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในองค์กรและนอกองค์กร  โดยนอกองค์กร  ก็จะมีการแยกระดับของพาร์ทเนอร์ออกไปอีก นั่นคือ Google partner จะแบ่งเป็น 2 ระดับ  (อัพเดท ณ วันที่ 21/12/2018) นั่นคือ Google partner กับ  Google Premier Partner

แน่นอนการได้เป็นสองระดับนี้จะระดับใดระดับหนึ่งคุณก็จะได้สิทธิในการเข้าเรียนกับกูเกิล เพราะกูเกิลได้มีการจัดสอนให้กับบริษัทเพื่อที่จะนำไปใช้หรือให้ข้อมูลกับ User ในทางที่ถูกต้อง

กลับมาที่ Google Certification  เป็นการออกใบรับรองความรู้ด้านต่างๆ ของกูเกิล โดยการสอบวัดความรู้ความสามารถของ Google แบ่งเป็นใหญ่ๆ  คือ  Google Adwords และ Google Analytics

การสอบ google certification มีข้อดีคือ

1.       เป็นการรับรองให้กับบริษัทอื่นๆ ว่าคุณเป็นกูรูหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกูเกิลจริง ๆ ก็เหมือนใบเซอร์จากบริษัทอื่น ๆ แต่นี่ออกจากกูเกิล

2.       จริงอยุ่ทุกวันนี้เราสามารถเข้าไปใช้ Google adword หรือ google analytic ได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่าเกือบทุกเวบอย่างน้อยต้องมีติดตั้ง google analytic เพื่อติดตามยอดคนเข้าเว็บไซต์ หรือทำการตลาด บลาๆๆๆๆ   แต่ใบรับรองนี้เป็นตัวแทนของความหมายว่าได้มีการเรียนรู้ความเชี่ยวชาญในระดับนึง

3.       ได้สิทธิเข้าอบรมต่างๆจากทาง Google จริงๆ ประโยชน์ในข้อนี้จะลดลงเรื่อยๆ  เพราะกูเกิลได้เปิดกว้างมากขึ้นในเรื่องนี้ นั่นหมายถึงว่าบุคคลหรือบริษัททั่วไปก็สามารถที่จะอบรมกับทางกูเกิลได้  อย่างตอนผมหลังสอบได้ใบรับรองมาก็สามารถเข้าถึง บทเรียนพิเศษของกูเกิล ที่กูเกิลส่งลิ้งค์ยูทูบให้เป็นกรณีพิเศษ โดยสามารถนั่งเรียนได้ที่บริษัทเลยง่ายๆ  (หลังจากสอบเสร็จไม่นานกูเกิลก็เปลี่ยนตัวเองเป็น Google Ads และ Google marketing platform)

4.       ใบรับรองนี้สามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ในอีกหลายๆ อย่าง แต่แนะนำส่วนตัวว่าคุณอาจต้องทำด้านการตลาดออนไลน์ หรือเกี่ยวกับวิเคราะห์ google บลาๆๆ   เพราะสอบได้นี่มหาโหด แต่ว่าถ้าคุณได้ใบเซอร์มาแล้วคุณไม่ได้ใช้ ผมก็เสียดายแทนครับ

หมวดกูเกิลที่จัดสอบ ณ ตอนนั้นมี หัวข้อดังนี้  (ณ ตอนนั้นนะครับ  ตอนนี้ผมไม่ได้อัพเดตเลย)

Adwords Fundamentals

Search Advertising

How to Sell AdWords

Display Advertising

Video Advertising

Sales Masterclass

Google Analytics

Mobile advertising

กลับมาที่ ข้อเสียของกูเกิล

มีข้อเดียวครับ คือมีวันหมดอายุ T.T   แหม่ทำไงได้ของดี กูเกิลก็คงจะไม่ให้ใช้ตลอดหรอกครับ 555

คราวนี้มาดูเรื่องข้อสอบและความยากกันครับ

 

มี ลูกค้าท่านหนึ่ง PM มาถามผมว่า  ข้อสอบยากไหมการสอบยากไหม และ จำเปนต้องเป็นภาษาอังกฤษไหม

อันนี้ผมตอบด้วยความสัตย์จริงว่า  นิยามคำว่าระดับภาษาอังกฤษของแต่ละคน ไม่เหมือนหรือเท่ากันครับ

เช่น  ถ้าคุณเห็นประกาศรับสมัครงานแห่งหนึ่ง แล้วเขาเขียนว่าใช้ภาษาอังกฤษในการสมัครงาน บางคนอาจจะสอบได้ง่าย บางคนอาจจะสอบได้ยาก นั่นคือปัจจัยที่ตัวบุคคลและตัวบริษัทเอง เช่น บริษัทไทยกับบริษัทฝรั่ง ก็มีนิยามระดับภาษาอังกฤษที่ไม่เหมือนกันกัน (ยกตัวอย่าง)

แต่ถ้าคุณถามผมแคปลงมาหน่อยว่า ถ้าสมมติไม่เป็นภาษาเลย หรือ ได้ในระดับ ไม่คล่อง 

ผมตอบได้ชัดเลยครับ  ว่าสอบยากครับ   อย่าไปสอบเลย   เพราะการสอบ google ตรงนี้ใช้ภาษาอังกฤษชัดเจน  เอาแค่การแปลประโยค ถ้าภาษาไม่คล่องแล้วไปต่อลำบากครับ  ไหนจะต้องใช้ความรุ้ และ *** มีศัพท์เฉพาะอีก

 

คุณต้องเตรียมตัว และเตรียมสมาธิให้มากครับ  ในการสอบกูเกิล เพราะมันเยอะจริง ๆ ในแต่ละหมวด

แต่ๆๆๆๆ มีข้อดีครับ 5555555  หลังจากทำข้อสอบมาเยอะพบว่า  เราได้เปรียบแค่สองเรื่องครับ อันนี้ทริคจากผมเลยนะครับ อ่านกันดีดี ^^

1.        ข้อสอบมักออกมาซ้ำครับ 5555  แต่ไม่ได้ออกซ้ำน่าเกลียดนะครับ แต่หลังจากทำมาหลายหมวด พบว่ามีการออกซ้ำจริงครับ  อาจจะด้วยระบบ random ข้อสอบของกูเกิลครับ  ตรงนี้อย่างน้อย ก็ได้คะแนนพอช่วยเราได้บ้าง

2.       ข้อสอบส่วนมาก สัก 50-60%  เป็นคำถาม true false ครับ  ถ้าคุณไม่มั่นใจ คุณสามารถมั่วได้ เพื่อรักษาเวลาครับ  ตรงนี้อัตราตอบถูกก็ 50 ก็นับว่ายังดีครับ

เมื่อได้ฟังเคล็ดลับกันแล้วคราวนี้มาดูกันว่า แต่ละหมวดมีกี่ข้อ และใช้เวลาเท่าไรบ้าง

 

1.       Adwords Fundamental:  120 นาทีโจทย์ 100 ข้อ

2.       Search Advertising:  120 นาทีโจทย์ 100 ข้อ

3.       Display Advertising:  120 นาทีสำหรับโจทย์ 100 ข้อ

4.       Video Advertising: 90 นาทีสำหรับโจทย์ 74 ข้อ

5.       Shopping Advertising:  90 นาทีโจทย์ 60 ข้อ

6.       Mobile Advertising:  90 นาทีโจทย์ 70 ข้อ

ซึ่งทุกหมวด มี require หรือเกณฑ์ผ่านราวๆ  80% +- ครับ ก็เหมือนการสอบข้อเขียนใบขับขี่นั่นแหละที่คุณต้องพร้อมจริงๆ  ก่อนที่จะออกสุ่ถนนจริงได้

 

อ่านกันมาตั้งนานแล้ว นี่ปีหน้า ผมก็ต้องสอบใหม่ เอาเป็นว่าบทความนี้ ให้กำลังใจทุกท่านครับ ที่คิดจะสอบ ขอให้บทความนี้เป็นประโยชน์กับทุกท่านนะครับ

 

รับสอน google , รับทำ google, รับทำเว็บไซต์

www.seonatchai.com

หมายเหตุ : ข้อความมีตัดออกบางส่วนเพื่อความเหมาะสม

Leave a Comment