Making google easier to find your page

การทำให้ google เจอหน้าเพจคุณง่ายขึ้น

บทความนี้ก็จะ advance หน่อยนะครับ  เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มสนใจ SEO มาบ้างแล้ว  และกำลังพบกับปํญหาของการที่ google ไม่ยอมจัดอันดับหน้าเว็บไซต์ให้คุณสักที  ค้นหน้าแรกก็แล้ว (ด้วยความหวัง) หน้าสองก็แล้ว (ความหวังยังมีอยุ่)  หน้าสามก็แล้ว (เอ้ะ ทำไมไม่มีเว็บไซต์เรา) หน้าสี่ จนถึงหน้า สิบ จนความหวังหายไปแล้ว  บทความนี้จะมีศัพท์เทคนิคเป็นบางส่วน  เพื่อช่วยให้คุณหรือใครที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์กำลังประสบปัญหาการที่ google ไม่ขึ้นหน้าเพจของคุณ

ปัญหา Google ไม่ยอม Index หน้าเว็บไซต์ของคุณเป็นปัญหาปวดตับหรือหนักใจเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อเราทำเว็บไซต์ขึ้นมาสักเว็บเราก็ต้องการให้มีการค้นหาบนหน้ากูเกิลเกิดขึ้น

วิธีโดยทั่วไป หรือวิธีการแก้ไขเบื้องต้นก็คือการ submit หน้าเว็บไซต์เรากับกูเกิล ซึ่งการ submit เว็บไซต์กับกูเกิลมีประโยชน์อย่างมากแต่เราไม่จำเป็นที่จะต้อง submit บ่อยๆ หรือทุกหน้า เพราะกูเกิลมีรอบของการตรวจดูอยู่แล้ว  แต่ในบทความนี้จะทำให้เว็บไซต์ของคุณ index ได้ง่ายขึ้นนอกจากการบอกกับกูเกิลเพียงอย่างเดียว (ผ่านการ submit)

วิธีก็คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกหน้าในเว็บไซต์คุณสามารถเข้าถึงได้โดยลิงค์จากหน้าค้นหาอื่น โดยการที่เว็บไซต์คุณมีลิ้งค์อ้างอิงที่เป็นทั้งข้อความหรือรูปภาพ คุณควรที่จะแอตทริบิวต์ alt รูปภาพที่เกี่ยวข้องกับหน้าเป้าหมาย ลิงก์ที่รวบรวมข้อมูลได้คือ <a> แท็กที่มีแอตทริบิวต์ href (การใส่ลิ้งค์) โดยระบุไฟล์แผนผังเว็บไซต์พร้อมลิงก์ที่ชี้ไปยังหน้าสำคัญในเว็บไซต์ของคุณ

ดังนั้นในเว็บไซต์คุณจึงควรมีหน้าเว็บที่มีรายการลิ้งค์ให้เชื่อมโยงไปแต่ละหน้าที่มนุษย์สามารถที่จะอ่านได้ (อย่าพยายามเขียน content หรือปรุงแต่งหน้าเพื่อให้กูเกิลอ่านอย่างเดียว)

จำนวนลิ้งค์ในหน้า ควรที่จะมีจำนานที่เหมาะสม

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ของคุณรองรับส่วนหัว HTTPs ( ในสมัยก่อนจะเป็น http ) และเพิ่มความปลอดภัยให้เว็บไซต์ด้วย SSL

การเปลี่ยนแปลงของเว็บไซต์จะทำให้กูเกิลทราบว่าเนื้อหาของคุณมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร เนื่องจากกูเกิล สามารถทราบได้โดยอัตโนมัติเมื่อเว็บไซต์คุณมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะรวบรวมข้อมูลของเว็บไซต์อิงจากครั้งสุดท้ายที่คุณได้อัพเดตไป

ใช้ไฟล์ robots.txt บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ของคุณ เพื่อประโยชน์ของผลการค้นหา โดยพยายามทำให้ไฟล์ robots.txt ของคุณมีความใหม่และทันสมัยอยู่เสมอ คุณควรศึกษาเรียนรู้วิธีจัดการการรวบรวมข้อมูลด้วยไฟล์ robots.txt เพิ่มเติมและทดสอบความครอบคลุมและไวยากรณ์ของไฟล์ robots.txt ของคุณโดยใช้เครื่องมือทดสอบ robots.txt

 

การเรียนกูเกิลให้มาเจอเว็บไซต์คุณ

ทำได้โดยการ crawling ด้วยการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า sitemap ( sitemap คืออะไร คลิกที่นี่)

เทคนิคสุด ๆ การช่วยให้กูเกิลเข้าใจเว็บของคุณ

คุณคิดว่ากูเกิลจะอ่านได้ใกล้เคียงมนุษย์ไหม  จริงๆ แล้ว ก็ถูกต้อง ในปัจจุบัน AI ของกูเกิลได้พัฒนาไปอย่างมาก มากกว่าเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว  แต่อย่าลืมที่ว่า กูเกิลโดยพื้นฐานก็ได้อ่านหน้าเว็บไซต์ด้วยภาษา html ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงอาจจะยังไม่ได้อ่านเทียบเคียงมนุษย์ 100%  ดังนั้นเราควรที่จะช่วยให้กูเกิลเข้าใจเว็บไซต์เรามากขึ้นด้วยการ

  1. สร้าง ประโยชน์ หรือข้อมูลเยอะ ๆ ในเว็บไซต์คุณที่มีความชัดเจนและแม่นยำในการอธิบายคอนเทนต์ของคุณได้ดี
  2. ให้คิดถึงคำที่เหมาะสำหรับ user ให้มาก ๆ และทำให้มั่นใจว่าหน้าเพจของคุณประกอบด้วยคีย์เวิร์ดเหล่านั้น
  3. เพิ่มความแม่นยำขึ้นด้วยการใช้ title และ alt แอตทริบิว ให้เป็นประโยชน์
  4. ออกแบบเว็บไซต์ของคุณให้อ่านเข้าใจง่าย และมีลำดับขั้น (อาจจะนำเทคนิค UI,UX มาช่วย)
  5. การใช้ตัวช่วยในการสร้างเว็บไซต์แบบ wix หรือ wordpress การสร้างหน้าและลิ้งค์ควรมั่นใจว่าจะทำให้กูเกิลตรวจสอบได้
  6. ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับรูปภาพ,วิดีโอและโครงสร้างข้อมูล
  7. เพื่อช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณอย่างเต็มที่ คุณจำเป็นต้องอนุญาตให้กูเกิลได้มีการรวบรวมเนื้อหาของไซต์คุณทั้งหมด จึงทำให้เกิดผลกระทบต่อการแสดงผลหน้าเว็บอย่างมีนัยสำคัญตัวอย่างเช่นไฟล์ CSS และ JavaScript ที่มีผลต่อการทำความเข้าใจหน้าเว็บ ระบบการจัดทำดัชนีของ Google แสดงผลหน้าเว็บตามที่ผู้ใช้จะเห็นมันรวมถึงรูปภาพ, ไฟล์ CSS และ JavaScript หากต้องการดูว่าหน้าใดที่ Googlebot ไม่สามารถรวบรวมข้อมูลได้คุณควรดีบักคำสั่งในไฟล์ txt ของคุณให้ใช้รายงานทรัพยากรที่ถูกบล็อกใน Search Console หรือเครื่องมือตรวจสอบ google อื่นๆ
  8. เนื้อหาสำคัญในเว็บไซต์คุณสามารถทำให้มองเห็นได้ด้วยการรวบรวมข้อมูลของกูเกิลผ่านเนื้อหา HTML ที่ซ่อนอยู่ในเว็บคุณ
  9. ให้แน่ใจว่าลิงก์โฆษณาบนหน้าเว็บของคุณไม่มีผลต่อการจัดอันดับของเครื่องมือค้นหา ตัวอย่างเช่นใช้ txt หรือ rel = “nofollow” เพื่อป้องกันไม่ให้ลิงก์โฆษณาติดตามโดยการรวบรวมข้อมูลอื่นๆ

สรุปการจัดทำหน้าเว็บไซต์ของคุณ และการหลีกเลี่ยงถ้าอยากให้เว็บไซต์คุณติดอันดับ

  1. ทำหน้าเว็บเป็นหลักสำหรับผู้ใช้ไม่ใช่สำหรับเครื่องมือค้นหา
  2. อย่าหลอกลวงผู้ใช้ของคุณ หลีกเลี่ยงเทคนิคที่มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงการจัดอันดับของเครื่องมือค้นหา
  3. หลีกเลี่ยง การใช้ Automatically generated content แต่ให้ใช้ User-Generated Content (UGC) แทน ซึ่งก็คือ การสร้างเนื้อหาหรือ Content ที่เกิดจากผู้ใช้
  4. หลีกเลี่ยงการใช้ link schemes หรือการปั่นเว็บเพราะกูเกิลมีเครื่องมือตรวจสอบที่ฉลาดมาก
  5. หลีกเลี่ยงการ cloaking หรือการหลบซ่อนเนื้อหาเพื่อ SEO การ cloaking ใหญ่ ๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ IP address Cloaking และ User-Agent Cloaking
  6. หลีกเลี่ยงการซ่อน ข้อความ หรือลิ้งค์
  7. หลีกเลี่ยงการ redirect ไปเว็บไซต์อื่น หรือใช้วิธี doorway pages

 

 

Leave a Comment